ความลับมวลมนุษย์ชาติ พลังงานฟรีไม่มีที่สิ้นสุด เเหล่งกำเนิดยูเอฟโอ 1911

ความลับมวลมนุษย์ชาติ พลังงานฟรีไม่มีที่สิ้นสุด เเหล่งกำเนิดยูเอฟโอ 1911

จริงๆแล้วเราผลิตจานบินได้ตั้งแต่ปี 1911 ถ้าฮิลเลอร์ได้เป็นผู้นำไม่แน่เราอาจได้ขับจานบินแทนรถราคาแพงอยู่ก็เป็นได้ พลังงานฟรี เที่ยวดาวเคราะห์ ฟรี อิสระเสรี ฟรี

ธุรกิจเปิดเผยของเอกชน vs ความลับสุดยอดของนาซี
เรื่อง “Otis T. Carr และ จานบินของ Tesla”
โดย ดั๊ก เยอร์เชย์

Nokola Tesla ปี 1911 ให้สัมภาษณ์ว่า:
“จานบินของผมไม่ต้องการปีกหรือใบพัด. คุณอาจมองเห็นมันจอดบนพื้นดิน แต่คุณจะไม่คิดหรอกว่ามันบินได้ . มันสามารถบินตามใจชอบคุณ ในทุกทิศทุกทาง และปลอดภัย”

Otis T Carr คือ ลูกศิษย์ และผู้ช่วยงานของ ดร. นิโคลา เทสลา , Otis T Carr ( มีชีวิตอยู่ระหว่าง 1904-1980) คารร์และทีมงานสร้างจานบิน( flying saucer) ที่ทำงานได้อย่าางสมบูรณ์แบบช่วงปลาย ๆ 1950s (คือประมาณปี 1956-19ุ59 ) จานบินผ่านการทดสอบบินเรียบร้อย คารร์ ตั้งใจเอามากๆ ที่จะนำจานบินนี้ไปสู่ดวงจันทร์……… แต่สองอาทิตย์หลังการบินโชว์( ไม่ใช่แค่การบินทดสอบ ) แลบของเขาถูกบังคับให้ปิดโดยคนของรัฐ และยึดทุกอย่างไป ตั้งแต่ เอกสาร และเครื่องมือ โดยให้ คำอธิบายเพียงว่าโครงการของคารร์ “จะทำลายระบบการเงินของสหรัฐ”
Ralph Ring คือนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานร่วมกับ Otis T Carr ในเทคโนโลยิ่จานบินและอื่นๆ ช่วงปี 1950s-1960s เขาอายุ 72 ปี ขณะให้สัมภาษณ์ ( ในปี 2007) ว่า:

“ ผมคือคนหนึ่งที่เดินทางไปกับจานบินนี้ ผมและคารร์ เดินทาง 10 ไมล์ แต่ด้วยความเร็วของแสง !!! จานบินเรายาว 45 ฟุต
(ดูลิงค์วิดิโอสัมภาษณ์ Ralph และอื่น ในลิงค์นี้ Tesla Flying Saucers
…….ถ้าใครสามารถตามล่านะ เพราะได้ถูกลบไปแล้ว )

ข้างล่างนี้เป็นคำสัมภาษณ์ของRalph Ring:
“ ใช้คำว่า “บิน” ไม่น่าจะเหมาะสม เพราะผมไม่รู้ด้วยว่ามันขยับ ผมคิดว่ามันอยู่ที่เดิมด้วยซ้ำ แต่เพราะเราได้หินและพืชจากแหล่งจุดหมายปลายทางของเรา กลับมาด้วย …..ผมถึงรู้ว่าเราประสพความสำเร็จ ……ต้องเรียกว่า Teleportation มากกว่า ”
“ผมเลิกนับจำนวนคนที่ไม่เชื่อผมพูดแล้ว ผมไม่พูดถึงเรื่องจานบินอีกแล้ว เวลาคนหัวเราะเยอะ หาว่าเราบ้า มันไม่สนุกนัก สักวันคงจะมีคนสร้างจานบินอย่างที่พวกผมเคยสร้าง เขาจะได้ประสพการณ์แบบผม พิมพ์เขียวของเรา(ของคารร์) ยังอยู่ …..ไม่ต้องมีปีกและใบพัด ”

“คุณต้องทำงานสอดคล้องกับธรรมชาติไม่ใช่ต้านธรรมชาติ จานบินเมื่อเดินเครื่องจนถึงความเร็วของการหมุนระดับหนึ่ง (reach a particular rotational speed) โลหะจะเปลี่ยนคุณลักษณะเป็นแบบ Jell-O (เยลลี่) คุณสามารถเอานิ้วจิ้มทะลุผ่านมัน คือสสารได้เปลี่ยนรูป(forms) คุณจะคิดว่า เหตุการณ์ต่อหน้าคุณเนี่ย มันไม่ใช่ความจริง …..มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดที่สุดที่ผมเคยเจอ”

“ คารร์เป็นอัจฉริยะไม่ต้องสงสัย ดร.นิโคลา เทสลา ต้องมองทะลุถึงคุณสมบัติของคารร์แน่ จึงสอนคารร์ทุกสิ่งที่ดร.เทสลารู้ ดร.เทสลาคือแรงดลบันดาลใจของคารร์ คารร์ เหมือน ดร.เทสลา คือพวกเขาจะรู้เสมอว่าต้องทำอย่างไรผลงานจึงจะสำเร็จ”
ข้างล่างนี้คัดลอกจากหนังสือของ Margaret Strom ชื่อ “The Return of the Dove”

“ในเดือนพฤศจิกายน 1957 Otis T Carr คารร์ แห่งบัลติมอร์ รัฐมาริลแลนด์ ประกาศก้องของ……. “การกลับมาอีกครั้งหนึ่ง”……. ของพลังงานฟรีและจานบิน … ….เทคโนโลยี่ที่สร้างเพื่อให้ทุกชีวิตบนโลก สามารถเป็นเจ้าของได้ คารร์ลูกศิษย์ผู้ยกย่องอาจารย์นิโคลา เทสลา กับผลงานประดิษฐ์สองชิ้นของเขา an electrical accumulator และ a gravity motor สิ่งประดิษฐ์ทั้งคู่ใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ และพลังงานจาก(อีเทอร์)ซึ่งอยู่ดาษดื่นในอากาศรอบเรา”

“มอเตอร์ของคารร์ใช้พลังงานฟรีเพื่อให้รถวิ่ง ไม่ต้องใช้น้ำมันอีกต่อไป”
“เครื่องบินลำใหญ่โตไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะสามารถลดขนาดจนเหลือเส้นผ่าศูนย์กลางแค่10 ฟุต ราคาก็ถูกกว่าราคารถใหม่ๆสมัยนี้ ออกแบบให้คนสามารถพาครอบครัวเดินทางไปต่างเมือง ต่างประเทศ หรือรอบโลก สะดวกสบายและปลอดภัย โดยใช้เวลาเพียงเสี้ยวเดียว

ดร.นิโคลา เทสลา อธิบายปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ว่าจักรวาลนั้นเคลื่อนไหว a kinetic system จักรวาลแทรกซึมไปด้วยพลังงาน (energy) ที่เราสามารถดึงเอามาใช้ไม่ว่า ณ ตำแหน่งไหน เริ่มปี 1891 ดร.เทสลา จึงเริ่มใช้คำสันสฤต คือปราณ และ อะคะสะมัง? ( Prana และ Akasah ) เมื่อเลคเชอร์หรือเขียนหนังสือ ท่านสวามี วิเวกอนันดา ( Swami Vivekananda) เป็นโยคีรุ่นแรกๆ ที่ประสพความสำเร็จในการเอาปรัชญาพระเวท (Vedic philosophy) ไปเผยแพร่ที่ตะวันตก ท่านทั้งสองคือ ท่านสวามี และดร.เทสลา ติดต่อ พบปะกัน ท่านสวามีเขียนจดหมายถึง ดร.เทสลา ส่วนดร.เทสลา นั้นเหล่าจะเข้าไปฟังเลคเชอร์ของท่านสวามีอย่างสนใจ
Ether ที่ดร.เทสลาพูดอยู่ตลอดเวลา อธิบายด้วยคำว่า ปราณและอะคะสะมัง !!!!!!!

นิโคลา เทสลา กล่าวถึงการทำงานของจักรวาลอย่างไร จะเอามาเล่าให้ฟังวันหลัง ใครสนใจอ่านลิงค์นี้ก็ได้ http://www.24grammata.com/wp-content…mmata.com_.pdf คนเขียน เขียนได้ดีมาก แต่ฟิสิกค์จริงๆ ใครชำนาญอยากจะอ่านจะแปล เชิญเลย เราเองขออ่านสามรอบก่อน 5555

ภาพข้างล่างแสดงหลักการของจานบินUFO ที่เทสลาอธิบาย และคนเขียนลิงค์ข้างบนทำให้ง่ายขึ้น อย่างที่เคยบอก ดร.เทสลาประกาศว่าเขาสามารถ ปรับแต่ง (manipulate) อีเธอร์ได้ อาศัยหลักการยืดอีเธอร์ส่วนบนของจานบิน และอัดอีเธอร์ด้านล่างของจานบิน …..บูม…ผลลัพธ์ได้ anti-gravity.(ยืดกฎแรงโน้มถ่วง)

ดร.เทสลา จดลิขสิทธิ์จานบินนี้ เช่นเดียวกัน Otis T Carr ก็จดลิขสิทธ์ของจานบินเขาด้วย ของคารร์คือ # US2912244
คำถามก็คือ…….เราแน่ใจได้อย่างไรว่าจานบิน UFO ที่เราเห็นๆกันคือของมนุษย์ต่างดาวจริง ไม่ใช่จานบินของทหาร ของรัฐบาล (ไม่รู้กี่ประเทศบ้าง) ที่อาศัยเทคโนโลยี่ของเทสลา และคารร์ สร้างขึ้นมา…………..อ้อ ตัวเรานะเชื่อมนุษย์ต่างดาวมีจริงสนิทใจ เพราะพระพุทธองค์และพ่อแม่ครูจาร์ยท่านเมตตาเล่า

ส่วนภาพล่างนี้เป็นป้ายโฆษณาของบริษัท Carr โฆษณา spacecraft(เผื่อใครตาไม่ดี อ่านป้ายไม่ออก) จานบินของเขาชื่อ OTC-XI
ก่อนหน้านี้เราเอาจานบินที่เอกชนสร้างมาอวด (ศิษย์ นิโคลา เทสลา) งวดนี้เอาจานบินของภาครัฐฯ มาให้ดูบ้าง…..ว่าตามประวัติศาสตร์ก็ต้องบอกว่า รัฐบาลเยอรมัน(นาซี) เป็นชาติแรกที่สร้าง”จานบิน UFO” ได้สำเร็จ แต่เยอรมันพลาดตรงที่สร้างไม่ทัน คือช้าไป 2 เดือนตามฮิตเล่อร์ขอเวลาไว้ เลยแพ้สงคราม …..ช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ใกล้จบ ทหารอเมริกันเคลื่อนทัพเข้าไปก่อน ตัดหน้ารัสเซียและยึดเอกสารและสิ่งที่เหลือออกมาหมด….(เพราะมีไส้ศึกบอก แหล่งขุมเทคโนโลยี่นั่นเอง) ที่เรียกว่าเหลือเพราะเยอรมันขนย้ายเอกสาร อุปกรณ์ และนักวิทยาศาสตร์ไปก่อนหน้านั้นเยอะแล้ว ….เอาไปไหน? ก็ที่เมืองใหม่/ฐานทัพใหม่ของนาซี ณ ปัจจุบัน ใต้ทวีป Antarctica(จะขยายตวามต่อที่หลัง) สหรัฐนอกจากได้เอกสารยังได้นักวิทยาศาสตร์เยอรมันไปเป็นหลักพัน !!!! (ภายใต้ปฎิบัติการ เปเปอร์ คลิป อาจมีใครคุ้นชื่อบ้างนะ ) หลังสงคราม ช่วงปี 1950s อาศัยความรู้จากนักวิทยาศาสตร์เยอรมันที่สหรัฐนำเข้าประเทศ สหรัฐก็เริ่มผลิต และทดลองบิน”จานบิน UFO” ของตนเอง ช่วงเวลาดังกล่าวจึงมีข่าวขาวบ้านอย่างเราๆท่านๆ เห็น UFO บินบ่อย หรือบางครั้งก็ตก

เยอรมันเอาเทคโนโลยี่มาจากไหน มีสามทฤษฎี
1 ขโมยมาจากนิโคลา เทสลา
2 ได้มาจาก”แอทแลนติส” เพราะแหล่งข่าวอ้างว่าเยอรมันมีแผนที่รายแทงของ “แอทแลนติส”
3 จากมนุษย์ต่างดาว

ขอบคุณที่มา UFO INDY, UFOCIA

ผู้ชม [4854] คน

Comments

ความลับมวลมนุษย์ชาติ พลังงานฟรีไม่มีที่สิ้นสุด เเหล่งกำเนิดยูเอฟโอ 1911

มิติที่4
About The Author
- ผู้หลงไหลในความลี้ลับของจักวาล จุดกำเนิดของเอกภพ ปริศนามนุษต่างดาว การเดินทางข้ามเวลา และทฤษฎีสัมพัทธภาพ ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ