หนังเรื่อง THE MARTIAN เทียบกับเรื่องจริงของ NASA

หนังเรื่อง THE MARTIAN เทียบกับเรื่องจริงของ NASA

หากใครที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ หรือ ชื่นชอบเทคโนโลยี หรือ เรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์แล้วละก็ หนังที่เป็นกระแสมากๆในตอนนี้ ซึ่งทุกคนจะต้องพูดถึงกัน ก็คือ The Martian นั่นเอง คาดว่า NASA คงจงใจทำให้หนังเรื่องนี้เป็นแรงกระตุ้นเพื่อของบในการไปดาวอังคารในปี 2030 กว่าๆ นี้แน่ๆ ก็เล่นมีโลโก้ NASA กับ JPL ทุกซีนเลย แล้วมีใครไปดูหนังแล้วสงสัยบ้างมั้ยว่า

เทคโนโลยีในหนัง กับ เรื่องจริงที่ NASA ทำกันอยู่ตอนนี้ มันจะเป็นไปได้จริงเหรอ แล้วเค้าทำกันไปถึงไหนแล้ว งานนี้ NASA ก็ได้ออกมาเล่าให้เราฟังเรียบร้อย มาเทียบดูกันเป็นเรื่อง ๆ เลยดีกว่า

ภารกิจบนดาวอังคาร: ในหนัง The Martian เราจะเห็นพระเอก Mark Watney ยืนอยู่ที่ดาวอังคาร ซึ่งเมื่อเทียบกับควมเป็นจริง NASA เองก็ได้มีการสร้างภารกิจเพื่อจำลองการไปอยู่ของนักบินอวกาศ โดยที่อยู่ในเขตที่ไม่มีใครไปยุ่ง เพื่อศึกษาดูว่าการอยู่ร่วมกันในกลุ่มโดยปราศจากเวลาส่วนตัวแบบนี้เป็นระยะเวลานานๆจะเป็นอย่างไร ที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ HI-SEAS ซึ่งตั้งอยู่ที่ฮาวาย

1

Spaceport: spaceport ก็คล้ายกับ airport เนี่ยแหละ แต่แทนที่จะเป็นเครื่องบิน ก็เป็นยานอวกาศแทน ซึ่งโดยปกติแล้ว NASA จะส่งยานอวกาศจากที่แหลม Canaveral เป็นส่วนมาก ในหนัง The Martian ก็จะมีการปล่อยยานจาก spaceport ที่หนึ่งเหมือนกัน และ NASA เองก็กำลังพัฒนา Spaceport ให้ระบบสามารถรองรับกับยานอวกาศในอนาคตได้อีกด้วย

2_0

พลังงานที่ใช้ไปดาวอังคารหรือการไปท่องอวกาศ: ในหนังจะมีฉากที่นักบินอวกาศทะยานขึ้นจากดาวอังคาร ซึ่งเราจะเห็นเครื่องยนต์ที่เค้าใช้ โดยเมื่อเทียบกับความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบัน NASA กำลังมีโครงการพัฒนาเครื่องยนต์ตัวใหม่เช่นเดียวกัน ชื่อว่า Space Launch System (SLS) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ถูกกว่าตอนโครงการ Apollo ที่ไปดวงจันทร์มาก และคาดว่าจะมีการทดสอบกันในปี 2017 นี้

3_0

สถานีควบคุม: จากในหนังเราจะเห็นสถานีควบคุมที่ติดต่อกับนักบินอวกาศซึ่งก็จะคล้ายกับความเป็นจริงมาก แต่อาจจะไม่ได้ดูอลังการขนาดนั้น โดยมากนักบินอวกาศจะติดตอมาที่ Houston ซึ่งเป็นสถานีควบคุมและติดต่อหลักกับนักบินและดาวเทียมของสหรัฐฯ (ถ้าใครยังจำเรื่อง Apollo 13 ได้ จะมีประโยคฮ็อตทีว่า Houston, We have a problem!!! คือ เค้ารายงานมายังภาคพื้นดินว่ายานอวกาศมีปัญหา ก็เป็นที่นี่เช่นเดียวกัน)

4

สถานที่อยู่บนดาวอังคาร: อย่างที่เราเห็นในหนังเค้าจะเรียกว่า HAB ย่อมาจาก Habitat หมายถึงที่อยู่อาศัย ซึ่ง NASA เองก็ได้มีการจำลองสร้างที่อยู่อาศัยแบบนี้เช่นกัน โดยพัฒนามาจากโครงการที่เป็นการแข่งขันของนักเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกแบบ
การแข่งขันนี้ชื่อว่า The eXploration Habitat (X-Hab) Academic Innovation Challenge เป็นหนึ่งในรูปแบบการศึกษาแบบ STEM (Science, Technology, Engineering and Math) ที่ทำให้นักเรียนในมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้และผูกพันกับโปรเจ็ค ผสมผสานการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริงโดยนำเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์มาคิดคำนวณ ที่สำคัญคือการประยุกต์ใช้งานได้จริงแบบวิศวกร ซึ่ง NASA ได้บอกว่าโครงการดังกล่าวเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนทั้งสองฝ่ายเพราะ NASA เองก็ได้การออกแบบที่ทุ่มเทและมีความคิดสร้างสรรค์จากนักเรียน และนักเรียนเองก็ได้เรียนรู้อย่างมากเช่นกัน

5

เจ้ารถ Rover: เจ้ารถที่เห็นในหนังก็มีหน้าตาคล้ายคลึงกับที่ตอนนี้ NASA ออกแบบอยู่เช่นกัน ซึ่งตัวจริงเรียกว่า Mars Exploration Vehicle (MEV) มันได้รับการออกแบบให้สามารถเดินทางได้ในหลายพื้นที่ โดยจะประกอบด้วยห้องควบคุมความดัน (จะสังเกตว่าพระเอกเมื่อขับรถสามารถถอดหมวกออกมาได้ เพราะในห้องโดยสารได้ปรับความดันไว้แล้ว), สามารถโดยสารได้ 2 คน อยู่ได้ 14 วัน และต้องขนของได้ด้วย

6

การเก็บเกี่ยว: ในหนังจะมีฉากที่ปลูกพืชบนดาวอังคารด้วย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คิดว่ามีความเป็นไปได้ในการที่เราจะปลูกพืชบนดาวอังคาร แต่ก็ต้องมีการควบคุมปัจจัยหลายๆอย่างให้ดี ซึ่งถ้าเทียบกับเรื่องจริง ตอนนี้ NASA เองก็ประกาศความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมาว่า เค้าสามารถปลูกผักกาดหอมบนสถานีอวกาศนานาชาติได้แล้ว

7

ชุดนักบินอวกาศ: ในหหนังเราจะเห็นนักบินอวกาศต้องใส่ชุดนักบินตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอก HAB ไม่อย่างนั้นร่างกายอาจจะระเบิดได้ เนื่องจากชั้นบรรยากาศบนดาวอังคารมีเพียง 1% เท่านั้นเมื่อเทียบกับโลก และนั่นมีผลต่อมนุษย์มาก ถ้าหากขึ้นไปในอวกาศโดยไม่มีชุดนักบินสวมอยู่ น้ำในร่างกายมนุษย์ก็อาจเดือดได้ที่อุณหภูมิแค่ 25°C
แต่เจ้าชุดนี่ดูท่าจะหนักและรุงรังมาก โชคดีที่บนดาวอังคารมีแรงดึงดูดน้อยกว่าโลกถึง 62.5% หรือหมายถึง เราจะรู้สึกหนักเพียง 1/3 ของน้ำหนักบนโลก ทำให้นักบินอวกาศยังไม่ประสบปัญหามากเท่าไหร่ และตอนนี้ NASA เองได้มีการคิดทำชุดนักบินอวกาศตัวต้นแบบออกมา โดยเน้นว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำกว่านี้ ปลอดภัยกว่านี้ และใช้เวลาในการเตรียมพร้อมน้อยกว่านี้ ซึ่งโฉมหน้าที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามกันต่อไป

8

ในหนัง The Martian เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนปี 2035 ซึ่งก็ตรงกับที่ NASA บอกว่าจะส่งคนไปดาวอังคารตอนปี 2030กว่าๆ โดยส่วนตัวก็มีความหวังว่าเราคงได้ Say Hi กับสิ่งมีชีวิตนอกโลกในตอนที่นักบินอวกาศเดินทางไปถึงแน่ๆ พอถึงตอนนั้น บรรยากาศของคนแรกที่เหยีบบดาวอังคารก็คงคล้ายกับที่ Apollo มีคนไปเหยียบดวงจันทร์ คงน่าตื่นเต้นไม่ใช่น้อย แต่จะมีใครบอกว่ามันเป็นเพียงการถ่ายหนังอีกรึเปล่านะ 😛
อย่างไรก็ตาม หากใครที่ไม่อยากพลาดหนังดีเรื่องดีๆ นี้ ก็สามารถไปติดตามได้นะคะ ดูหนังSci-fi ให้สนุกต้องเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ไปด้วย มันจะอินแบบบอกไม่ถูกจริงๆ

NASA Fact Checks The Martian, Compares Real Life to Science Fiction


http://www.space.com/12957-nasa-giant-rocket-space-launch-system-infographic.html
https://www.nasa.gov/centers/johnson/home/xhab_challenge.html#.Vhd6w_JDD6M
http://mars.nasa.gov/allaboutmars/facts/

ที่มา horizon.sti.or.th

ผู้ชม [1742] คน

Comments

หนังเรื่อง THE MARTIAN เทียบกับเรื่องจริงของ NASA

มิติที่4
About The Author
- ผู้หลงไหลในความลี้ลับของจักวาล จุดกำเนิดของเอกภพ ปริศนามนุษต่างดาว การเดินทางข้ามเวลา และทฤษฎีสัมพัทธภาพ ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ